“ลวดเชื่อม” เป็นวัสดุหลักที่ช่างเชื่อมใช้ทำงานในด้านงานเชื่อมโลหะ ทำให้ชิ้นงานที่เป็นโลหะ 2 ชิ้น หลอมเหลวเข้ากันเป็นชิ้นเดียวกัน น้ำโลหะเหลวที่เกิดจากลวดเชื่อม ทำให้ชิ้นงานติดกันมีความแข็งแรงสามารถรับแรงและคงรูปอยู่ได้ ช่างเชื่อมและคนใช้งานลวดเชื่อมทั่วไปคงคุ้นเคยกันดี ว่าแต่ลวดเชื่อมมีกี่ชนิดกันนะ? วันนี้แอดมินกร จะพารู้จักลวดเชื่อมให้มากขึ้นกัน
1.ลวดเชื่อมแบบก้านธูปหรือลวดเชื่อมไฟฟ้าหุ้มฟลักซ์ (Covered Welding Electrode)
เป็นลวดเชื่อมไฟฟ้าที่บรรดาช่างเชื่อมนิยมมาก มีลักษณะคล้ายกับธูปหุ้มด้วยฟลักซ์ ซึ่งด้านในแกนกลางเป็นโลหะ เช่น ลวดเชื่อมเหล็ก, ลวดเชื่อมสแตนเลส, ลวดเชื่อมอลูมิเนียมไฟฟ้า เป็นต้น มีหลายขนาดตั้งแต่ ขนาด 2.0 2.6 3.2 4.0 5.0 มิลลิเมตร ในระหว่างการเชื่อม ฟลักซ์ที่หุ้มลวดเชื่อมจะกลายเป็นแก๊สเพื่อป้องกันไม่ให้แนวเชื่อมเกิดปฎิกิริยา oxidize กับอากาศ ลวดเชื่อมนี้มีข้อดีคือเชื่อมง่าย อุปกรณ์ไม่แพง และไม่ต้องใช้แก๊ส
2.ลวดเชื่อมแบบไส้ฟลักซ์ (Flux Cored Wire)
เป็นลวดที่ใช้เชื่อมโลหะที่มีแกนกลางกลวง ภายในประกอบด้วยสารพอก ลวดชนิดนี้มีราคาที่สูง แต่ประสิทธิภาพในการใช้งานสูง สามารถทำให้เนื้องานออกมาได้สวยงามเป็นพิเศษ
3.ลวดเชื่อมอาร์กอนหรือทิก (TIG Welding Rod)
เป็นลวดเชื่อมเปลือยมีลักษณะคล้ายกับลวดเชื่อมมิก แต่จะเป็นเส้นตรงมีความยาวเส้นละ 1 เมตร ซึ่งจะเน้นในการใช้งานในกลุ่มที่ต้องการความละเอียดสูง มีทั้งที่เป็นเหล็ก อลูมิเนียม สแตนเลส ทองเหลืองและกลุ่มอื่นๆ
4.ลวดเชื่อมแบบมิกหรือลวดเชื่อมCo2 (MIG Welding Wire)
เป็นลวดเชื่อมแบบโลหะเปลือยไม่มีสารห่อหุ้มภายนอกมีลักษณะเป็นแบบม้วนลวดชนิดนี้สามารถเชื่อมงานได้รวดเร็วและต้องใช้แก๊สCo2(แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์) ในการปกคลุมแนวเชื่อม ราคาไม่แพง เหมาะกับงานที่ต้องการลงทุนต่ำ ใช้ในงานอุตสาหกรรมทั่วไป
หลักการเลือกลวดเชื่อมไฟฟ้า
- ความแข็งแรงของชิ้นงาน
- ส่วนผสมของโลหะชิ้นงาน จะต้องเลือกลวดเชื่อมที่มีส่วนผสมเหมือนกันกับโลหะชิ้นงาน
- ชนิดของกระแสไฟที่ใช้ ควรเลือกให้เหมาะสมกับกระแสไฟเชื่อม เพราะลวดเชื่อมบางชนิดจะเชื่อมได้ผลดีกับไฟกระแสตรงเท่านั้น หรือบางชนิดจะเชื่อมได้ผลดีกับไฟกระแสสลับเท่านั้น
- ความหนาและรูปร่างของชิ้นงาน ควรเลือกใช้ลวดเชื่อมที่มีความเหนียวสูงกับงานที่มีความหนาและซับซ้อนเพื่อหลีกเลี่ยงการแตกร้าว
ข้อปฏิบัติในการเชื่อมโลหะ
- เพื่อความปลอดภัยในการเชื่อมโลหะ ผู้ปฏิบัติงานเชื่อมควรปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
- ตรวจสอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์การเชื่อมโลหะให้มีความสมบูรณ์ในการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบไฟฟ้า
- ปิดเครื่องเชื่อมทุกครั้งหลังจากหยุดการเชื่อมและเคลื่อนย้ายเครื่องเชื่อม
- สวมหน้ากากหรือต้องสวมแว่นตาและเลือกกระจกแสงให้ถูกต้องทุกครั้งในการเชื่อม จะเป็นชนิดสวมหัว (Helmet shield) หรือชนิดมือถือ (Hand shield) ก็ได้ และต้องเลือกกระจกกรองแสงให้ตรงตามมาตรฐานตามลักษณะงานที่นำไปใช้และจำนวนกระแสไฟเชื่อมด้วย
- สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะงาน
- ผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงไม่ควรมองแสงอาร์กด้วยตาเปล่า
- บริเวณงานเชื่อมควรมีฉากป้องกันแสงอาร์ก เพื่อไม่ให้รบกวนบุคคลอื่น
- บริเวณทำงานเชื่อมไม่ควรเปียกชื้น เพราะจะทำให้ไฟฟ้าดูดต่อผู้ปฏิบัติงานและบุคคลอื่นได้
- บริเวณทำงานเชื่อมจะต้องปราศจากสารไวไฟชนิดต่าง ๆ
- เครื่องเชื่อมไฟฟ้าควรจัดตั้งในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
- หมายเหตุ : ควันจากการเชื่อมและก๊าซเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แสงจ้าจากการเชื่อมเป็นอันตรายต่อดวงตา และอาจทำให้ผิวหนังไหม้ได้ กระแสไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อชีวิต
หากจะเลือกลวดสลิงที่มีความแข็งแรงสูง ไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจาก สลิง ขาดควรเลือกซื้อสลิงจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง คชาที่พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกลวดสลิง ให้ตรงจุดประสงค์ เหมาะกับลักษณะงานที่ใช้ โดยลวดสลิงของคชานั้นตัวอย่าง เช่น สลิงไส้เหล็กที่มีถึง 6 เกลียว มีเส้นลวดถึง 37 เส้น

0 Comments